กระดูกสันหลังคด อันตรายถึงชีวิตหรือไม่?

กระดูกสันหลังคด
วัยรุ่นถึงแม้จะเป็นวัยที่แข็งแร็งมีความคิดเป็นของตัวเองแล้ว แต่จากการศึกษามักพบความผิดปกติของโรคเกี่ยวกับกระดูกและข้ออยู่บ่อย ๆ ได้แก่ กระดูกสันหลังคด และส่วนใหญ่แล้วจะพบได้ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ซึ่งชนิดที่พบมากที่สุดก็เป็นชนิดที่ไม่ทราบสาเหตุ ทั้งนี้ผู้ป่วยกระดูกสันหลังคดเมื่อมองไปถึงคนในครอบครัวจะพบว่ามีญาติพี่น้องเคยเป็นกระดูกสันหลังคด นอกจากนี้ยังมีอีกกรณีที่เด็กอาจเป็นมาตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งมีสาเหตุจากความผิดปกติของการเจริญเติบโตของกระดูกสันหลัง

การที่เราปล่อยให้กระดูกสันหลังของคดเป็นเวลานานโดยที่ไม่เข้ารักษา กระดูกสันหลังของเราจะยิ่งคดมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้จะสวมใส่เสื้อมิดชิดก็สามารถที่จะเห็นได้อย่างชัดเจน โดยเห็นจากด้านหลังว่ากระดูกสะบักสูงต่ำหรือใหญ่เล็กไม่เท่ากัน ตัวเอียง เนื่องจากกระดูกสันหลังที่คดจะไปดันกระดูกซี่โครงให้บิดตัวผิดรูปไป กระดูกสะบักที่วางอยู่บนกระดูกซี่โครงเลยบิดหรือเอียงตามไปด้วย สำหรับผู้ที่เริ่มพบปัญหากระดูกสันหลังคดและยังมีอาการไม่มาก จะพบไม่พบปัญหาเกี่ยวกับการสังเกตเห็นได้ เพราะการเปลี่ยนแปลงจะไม่มองเห็นจากภายนอก ยกเว้นถ้าโรงเรียนมีการตรวจสุขภาพนักเรียนแล้วตรวจดูเรื่องกระดูกสันหลังคดอยู่เสมอทุกๆ ปี ก็จะสามารถรู้ได้ และรักษาตั้งแต่ระยะแรกหรือเริ่มแรกที่เป็น ส่วนใหญ่จะพบในโรงเรียนต่างประเทศ

ในการรักษาผู้มีกระดูกสันหลังคด จะแบ่งเป็นมากและไม่มาก
กรณีผู้ที่พึ่งเป็นหรือเป็นไม่มาก แพทย์จะนัดมาพบเป็นระยะๆ เพื่อติดตามอาการการเอียงหรือการคดของกระดูกว่ามีมากขึ้นแค่ไหน และแพทย์จะแนะนำให้ทำการบริหารกล้ามเนื้อเพื่อป้องกันไม่ให้คดมากขึ้น
กรณีคดมากขึ้น ในระยะแรก แพทย์อาจให้ใส่เสื้อหรือเครื่องช่วยในพยุงประคองกระดูกสันหลังไม่ให้คดมาก ขึ้น ถ้ากระดูกสันหลังคดอย่างรวดเร็ว หรือศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ที่ดูแล้ววัดมุมจากภาพถ่ายเอ๊กซเรย์กระดูก สันหลังว่าคดมาก แพทย์จะขอทำการผ่าตัดกระดูกสันหลังให้กลับมาตรงแล้วใช้โลหะดามไว้ก่อน เนื่องจากเป็นการป้องกันโรคแทรกซ้อนจากกระดูกสันหลังคดมาก ซึ่งกระดูกที่คดจะไปเบียดอวัยวะที่อยู่รอบข้าง เช่น ปอดจะถูกเบียด และส่งผลทำให้เรารู้สึกเหนื่อยง่าย กระดูกสันหลังคดมาก ทำให้เสียบุคลิกเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่

อาหารเสริมบำรุงตับช่วยให้ตับแข็งแรงได้ดีขึ้นกว่าเดิม

 

ความเครียดส่งผลต่อตับ

 

ปัจจุบันความเครียดเป็นปัญหาที่ทุกคนจะต้องพบเจอ อาจจะเป็นเรื่องงาน ครอบครัว ความรัก หรือการเมือง อะไรก็ตามแต่ที่ทำให้คุณเองรู้สึกไม่สบายใจ ปัญหาเหล่านี้นอกจากจะส่งผลกระทบต่อจิตใจแล้วยังส่งผลไปถึงร่างกายของเราได้อีกด้วย

เมื่อเกิดความเครียดขึ้น ฮอร์โมนในกลุ่มความเครียดจะถูกหลั่งออกมา 1 ในนั้นคือ คอร์ติซอล ฮอร์โมนแห่งความเครียด ที่จะยับยั้งสารแห่งความสุขอย่างอดรีนาริน นั่นก็จะส่งผลให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตับ ปกติจะมีหน้าที่มากมายและสร้างสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง หากเกิดภาวะความเครียด ตับก็อาจจะถูกยับยั้งการสร้างเซลล์หรือหลั่งสารได้ออกมาไม่ดีเท่าที่ควร และความเครียดที่ว่านี้อาจส่งผลให้เราประกอบกิจกรรมอื่นๆทีส่งผลอันตรายต่อตับเช่น

 

1.  เครียดกินเยอะ หากมีความเครียด เราจะหาอาหารประเภทไขมัน และของหวาน สารอาหารเหล่านี้อุดมไปด้วยไขมัน หากได้รับปริมาณมาเกินไป จะส่งผลให้ไขมันดังกล่าวไปพวกรวมอยู่ที่ตับ

 

2.  ภูมิคุ้มกันลดลง เมื่อคอร์ติซอลที่ถูกผลิตจากความเครียดได้ไปยับยั้งกลไกการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ก็จะทำให้ระบบป้องกันตัวเองถูกยับยั้งไปด้วย อย่างเช่นคนที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หากมีความเครียดหรือสุขภาพจิตไม่ดี ก็จะส่งผลต่อการทำงานภายในร่างกายให้ทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร กระตุ้นให้เกิดภาวะอื่นๆแทรกซ้อนได้

 

การออกกำลังกายเป็นอีกวิธีที่จะช่วยลดความเครียด เนื่องจากร่างกายของเราได้มีการขยับเคลื่อนไหว สมองสั่งการให้ไม่โฟกัสกับเรื่องความเครียด และเวลาที่เราออกกำลังกายนั้น ร่างกายจะผลิตสาร เบต้า เอนโดรฟิน เป็นอีกสารที่จะยับความเครียดได้ แต่ด้วยชีวิตที่เร่งรีบ หรือเงื่อนไขบางอย่าง อาจจะทำให้เราไม่สามารถออกกำลังกายได้ หรือมีข้ออ้างต่างๆทั้งเรื่องงาน อาจส่งผลไปสู่โรคตับแข็งและมะเร็งได้

 

ดังนั้นเราจึงควรป้องกันด้วยการไม่เครียด พยายามมองโลกในแง่ดี หรือหา อาหารเสริมบำรุงตับ มารับประทานเพื่อบำรุง หรือหาสิ่งใดมาทำเพื่อให้ลืมเรื่องที่เครียดและมองปัญหาให้มีทางแก้ไขได้อยู่เสมอ